สำนักรอยเตอร์รายงานว่า สหราชอาณาจักรเตือนอุตสาหกรรมผู้ผลิตอาหารให้เตรียมพร้อมรับการเพิ่มขึ้นของ

ราคาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ราว 500% หลังจากขยายเวลาการสนับสนุนของรัฐฉุกเฉินเพื่อหลีกเลี่ย

การขาดแคลนสัตว์ปีกและเนื้อสัตว์ที่เกิดจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติขายส่งที่พุ่งสูงขึ้น

 

โดยราคาก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้นในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจที่กลับมาเปิดใหม่จากการล็อคดาวน์จากโควิด-19

และความต้องการก๊าซธรรมชาติเหลวในเอเชียที่สูง ส่งผลให้อุปทานไปยุโรปลดลง ส่งผลให้เกิดคลื่นกระแทก

ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมปุ๋ย

โดยที่ก๊าซธรรมชาติเป็นต้นทุนการผลิตที่ใหญ่ที่สุด

 

สิ่งนี้ทำให้โรงงานบางแห่งต้องปิดทำการในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนก๊าซที่ใช้

ในการเติมฟองในเบียร์และโซดา และการทำให้สัตว์ปีกและสุกรมึนงงก่อนถูกเฉือด 

โดยสหราชอาณาจักรได้ทำข้อตกลงกับบริษัท CF Industries ของสหรัฐ

เพื่อเริ่มการผลิตก๊าซ CO2 ที่โรงงาน 2 แห่งที่ปิดตัวลงเนื่องจากไม่ได้ผลกำไร

“เราต้องการให้ตลาดปรับตัว อุตสาหกรรมอาหารควรรู้ว่าต้นทุนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”

จอร์จ ยูสติส รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมกล่าวกับสกายนิวส์ และว่าจะต้องยอมรับว่าราคาของ

CO2 จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประมาณ 1,000 ปอนด์ หรือราว 1,365 ดอลลาร์ต่อตัน จาก 200 ปอนด์ต่อตัน

ทั้งนี้รัฐบาลมีการให้รายละเอียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเกี่ยวกับข้อตกลงที่เกิดขึ้น

ซึ่งเป็นการเน้นถึงความรุนแรงของการบิดเบือนราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปที่พุ่งสูงขึ้นแต่ไม่ชัดเจน

ว่าการแทรกแซงของรัฐ โดยรัฐบาลที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดของยุโรป จะส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ย

ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับผู้ผลิตอาหาร

และจะกระตุ้นความต้องการจากอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานอื่นๆ หรือไม่

รัฐมนตรีอังกฤษ รวมทั้งบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ปฏิเสธข้อเสนอแนะหลายครั้ง

ว่าอาจมีปัญหาการขาดแคลนอาหารช่วงคริสต์มาส เช่น ไก่งวงอบ แม้ว่าซัพพลายเออร์บางรายจะเตือนถึงเรื่องนี้ก็ตาม

จอร์จ ยูสติส กล่าวว่า เรารู้ว่าถ้าเราไม่ดำเนินการ ดังนั้นภายในสุดสัปดาห์นี้หรือในช่วงต้นสัปดาห์หน้า

โรงงานแปรรูปสัตว์ปีกบางแห่งจะต้องปิดตัวลง แล้วเราจะมีปัญหาด้านสวัสดิภาพสัตว์

เพราะคุณมีไก่จำนวนมากในฟาร์มที่ไม่สามารถฆ่าได้ทันเวลา และอาจจะต้องถูกฆ่าตายในฟาร์ม เช่นเดียวกับสุกร

ซึ่งจะผลกระทบต่อราคาอาหารเล็กน้อย


Efood news
News all